ในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๖

บริเวณนิทรรศการ สำนักงาน กศน.จังหวัดชัยภูมิ
นักศึกษา กศน.ตำบลคูเมือง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
คณะครูและนักศึกษา กศน.อำเภอหนองบัวแดง
งานฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลและงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ
ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย มีงานเทศกาลและประเพณีที่เด่นดังประจำปีที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เช่น งานประจำปีฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพระยาแล งานประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อพระยาแล ประเพณีรำผีฟ้า งานแห่เทียนเข้าพรรษา งานบุญแห่กระธูป งานบุญ"ตีคลีไฟ" ฯลฯ วันนี้จะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ งานฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลและงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิกันครับ
การจัดงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล ได้จัดติดต่อกันมาทุกปีนับตั้งแต่มีการก่อสร้างและเปิดอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2510 โดยนายช่วย นนทะนาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในสมัยนั้นเป็นผู้ริเริ่มจัดงานขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์ หลังจากนั้นเป็นต้นมาจังหวัดชัยภูมิก็ได้จัดเป็นงานประจำปีขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 12 – 20 มกราคม เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ณ บริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล) และบริเวณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ โดยจะมีพิธีสำคัญประกอบด้วย พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของ พระยาภักดี ชุมพล(แล) หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันติดปากว่า เจ้าพ่อพญาแล มีพิธีถวายช้างให้เป็นบริวารเจ้าพ่อ มีการแห่ขบวนทาง ศิลปวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา นอกจากนี้ยังมีการออกร้านของเหล่า กาชาดจังหวัดชัยภูมิ จึงถือเป็นงาน กาชาด ประจำปีด้วย
สำหรับประวัติของ พระยาภักดี ชุมพล(แล) นั้น มีโดยสังเขปดังนี้ พญาแล เป็นชาวเวียงจันทร์รับราชการอยู่ในราชสำนักของเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทร์ ต่อจากนั้นได้อพยพครอบครัวมาตั้งบ้านเรือนที่บ้านน้ำขุ่นหนองอีจาน อำเภอ สูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2360 ต่อมามีการอพยพโยกย้ายมาตั้งบ้านเรือนใหม่อยู่ที่บ้านโนนน้ำอ้อมหรือ ชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ประกอบกับความเป็นผู้นำของพญาแล จึงได้รับการยกย่อง ให้เป็นหัวหน้า รวบรวมผู้คนที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงรวม 12 หมู่บ้าน เป็นผู้เก็บรวบรวมส่งส่วย เป็นบรรณาการแก่เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทร์ จนได้รับบำเหน็จความชอบจากเจ้าอนุวงศ์ตั้งให้เป็น ขุนภักดีชุมพล ต่อมาบริเวณบ้านชีลอง เกิดภัยแล้ง จึงได้โยกย้ายอีกครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2365 โดยย้ายไปอยู่บ้านหลวงหรือปัจจุบันคือ บ้านหนองหลอดและบ้านหนองปลาเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เป็นเมืองขึ้นตรงต่อนครราชสีมาและส่งส่วยถวายให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนได้พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น “ พระยาภักดีชุมพล(แล) “
ต่อมาในปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทร์ ประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ได้ก่อการกบฎยกทัพเข้าตี เมืองนครราชสีมา คุณหญิงโมได้รวบรวมเจ้าหัวเมืองใกล้เคียงต่อสู้ตีกระหนาบจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป แต่กองทัพลาวส่วนหนึ่งได้เข้ายึดเมืองชัยภูมิไว้และเกลี้ยกล่อมให้พระยาภักดีชุมพล(แล) เข้าเป็นพรรคพวกด้วย แต่พระยาภักดีชุมพล(แล) ไม่ยอมทรยศต่อราชวงศ์จักรี จึงถูกทหารลาวจับฆ่าที่ต้นมะขามใหญ่ข้างหนองปลาเฒ่า ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของศาลเจ้าพ่อพญาแลในปัจจุบัน
ด้วยความจงรักภักดีต่อผืนแผ่นดินไทยของ พระยาภักดีชุมพล(แล) ชาวเมืองชัยภูมิจึงได้พร้อมใจกันตั้งศาลขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพกราบไหว้ สักการะดวงวิญญาณของท่านที่บริเวณหนองปลาเฒ่าดังกล่าว และต่อมาชาวชัยภูมินับตั้งแต่ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้พร้อมใจกันรวบรวมทรัพย์เป็นปัจจัยสร้างอนุสาวรีย์เป็นที่รำลึกถึงคุณงามความดีของพระยาภักดีชุมพล(แล) ตั้งเด่นเป็นสง่าเป็นมิ่งมงคลเมืองของชาวชัยภูมิ ณ บริเวณสี่แยกถนนบรรณาการใกล้ ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ และจัดให้มีงานเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่พิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2510 เป็นต้นมา
งานประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแล ถือเป็นวัฒนธรรมความเชื่อของชาวชัยภูมิและชาวไทยอีสาน ที่ยึดเป็นประเพณีและถือปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานจวบจนถึงปัจจุบัน โดยมีขบวนแห่บายศรีที่ชาวบ้านต่างร่วมใจทำขึ้นมาเพื่อสักการะอย่างยิ่งใหญ่
ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่อลังการพิธีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาแล การออกร้านและจัดนิทรรศการของภาครัฐและภาคเอกชน การประกวดธิดาพญาแล แฟชั่นโชว์ผ้าไหม การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การประกวดอาหารพื้นบ้าน การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การประกวดขบวนบายศรี การแสดงและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น OTOP กิจกรรมที่น่าสนใจสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของ
จังหวัดชัยภูมิ และจะทำให้เมืองชัยภูมิครึกครื้น เศรษฐกิจชัยภูมิคึกคักอย่างดียิ่ง