เจ้าของกิจการจำนวนมาก ไม่ได้ติดตรงธุรกิจไม่ดี แต่ติดที่โจทย์เดิมซ้ำ ๆ คือ ต้องใช้เงินหมุนให้ทันงาน ขณะที่ทรัพย์สินอย่างบ้าน/ที่ดิน/อาคาร ไม่ได้อยู่ในชื่อบริษัท หรือไม่สะดวกนำไปค้ำเพราะเสี่ยงกระทบครอบครัว เมื่อถึงจังหวะต้องเพิ่มสต็อก จ่ายซัพพลายเออร์ จ้างทีม หรือรับงานล็อตใหญ่ คำค้นที่มักโผล่ขึ้นมาทันทีคือ กู้เงินด่วน, กู้ sme, หรือมองหา แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ ที่ ไม่ต้องเอาทรัพย์สินไปผูก แต่ยังได้วงเงินไปต่อยอดกิจการ
ตรงนี้เองที่ทำให้คำว่า สินเชื่อsmeไม่มีหลักทรัพย์ กลายเป็นทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลัง โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างการพิจารณาของผู้ให้กู้ ย้ายจุดโฟกัส จากมูลค่าทรัพย์สิน ไปที่ความสามารถทำเงินและคืนเงินของกิจการเป็นหลัก
ความหมายที่ถูกต้อง: ไม่ใช้ทรัพย์ค้ำ ≠ ไม่ต้องมีอะไรค้ำเลย
นิยามแบบเข้าใจง่ายที่สุดคือ: สินเชื่อเพื่อธุรกิจไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันคือ วงเงินกู้เพื่อธุรกิจ ที่ผู้ให้กู้พิจารณาจาก ศักยภาพการทำเงินของกิจการ มากกว่ามูลค่าทรัพย์สินค้ำประกัน เหมาะกับกิจการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินลงทุนระยะสั้นกลาง
แต่ประเด็นสำคัญที่คนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคำว่า ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ได้แปลว่า ปล่อยกู้แบบไม่ดูความเสี่ยง และหลายกรณีอาจยังมีองค์ประกอบอื่นประกอบการอนุมัติ เช่น ผู้ค้ำ (กรรมการค้ำ/บุคคลค้ำ) หรือ การค้ำประกันโดยหน่วยงานรัฐ (เช่น บสย.) เพื่อช่วยให้ธนาคารกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเพียงแต่ไม่ต้องเอาบ้าน/ที่ดิน/อาคารมาจดจำนองเป็นหลักประกันโดยตรง
ธนาคารดูอะไร แทนหลักทรัพย์ เมื่อเป็นสินเชื่อไม่ใช้ทรัพย์ค้ำ
ในโลกของสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ทรัพย์ คือหลักฐานสำรองความเสี่ยง แต่ในโลกของ สินเชื่อsme ที่ไม่ใช้ทรัพย์ค้ำ ผู้ให้กู้จะพยายามตอบคำถามเดียวกันด้วยข้อมูลอีกชุดหนึ่งว่า กิจการนี้ทำเงินจริงไหม และมีแนวโน้มคืนเงินได้ไหม
จากบทความหลัก โครงสร้างที่ผู้ให้กู้มักดูเป็นแกน ๆ สามส่วน ได้แก่
1) รายได้และความสม่ำเสมอของกระแสเงินสด
สิ่งที่ถูกหยิบมาดูบ่อยคือ ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน, รูปแบบเงินเข้าออกจาก Bank Statement, และความสม่ำเสมอของรายได้ระหว่างเดือน/ฤดูกาล เชิงวิเคราะห์: ยอดขายสูง อย่างเดียวไม่พอ หากเงินเข้ากระจุกเป็นก้อนใหญ่ไม่กี่ครั้ง หรือสลับเข้าพร้อมออกทันที ผู้พิจารณาอาจมองว่าเป็นเงินหมุน ไม่ใช่รายได้จากการขายจริง ดังนั้นหัวใจของสินเชื่อประเภทนี้คือ คุณภาพของกระแสเงินสด มากกว่ายอดรวมสวย ๆ
2) วินัยทางการเงินและภาระหนี้รวม
ผู้ให้กู้จะดู ประวัติเครดิต (เครดิตบูโร), ภาระหนี้รวมต่อรายได้ (เช่น DSR/ภาระค่างวดรวม), และประวัติการชำระตรงเวลา/ค้างชำระ เชิงวิเคราะห์: สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์มัก แพ้ กันตรงนี้ เพราะเมื่อไม่มีทรัพย์เป็นตัวกันชน ผู้ให้กู้จะให้ความสำคัญกับ ความสามารถรับค่างวดใหม่ มากเป็นพิเศษ ถ้าหนี้เดิมกินสัดส่วนกระแสเงินสดมากเกินไป ต่อให้ยอดขายดี โอกาสได้วงเงินก็ยังยาก
3) หลักฐานความเป็นธุรกิจและเอกสารรายได้
โดยทั่วไปจะดูเอกสารพื้นฐาน เช่น ทะเบียนพาณิชย์/นิติบุคคล, เอกสารภาษี (ภ.พ.30 / ภ.ง.ด. / ภ.พ.50 ตามประเภทกิจการ) รวมถึงหลักฐานการค้าจริง เช่น สัญญาซื้อขาย ใบสั่งซื้อ (PO) ใบส่งของ ใบกำกับภาษี ฯลฯ เชิงวิเคราะห์: เอกสารชุดนี้ทำหน้าที่ ล็อกที่มาของรายได้ ให้สอดคล้องกับเงินเข้าในบัญชี เมื่อเอกสารกับสเตทเมนต์เล่าเรื่องเดียวกัน ความเสี่ยงเชิงข้อมูลลดลง ผู้พิจารณามักเดินงานไวขึ้น (นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางกิจการรู้สึกว่า ยื่นแล้วโดนถามซ้ำ ทั้งที่คิดว่าเตรียมครบเพราะตัวเลขยังเล่าเรื่องไม่ตรงกัน)
ใส่ Backlink กลางบทความ (ไปอ่านภาพรวมฉบับเต็ม)
ถ้าต้องการอ่าน ภาพรวมทั้งคลัสเตอร์ และรายละเอียดที่ครบกว่า (วงเงิน เอกสาร และกลยุทธ์ให้อนุมัติไว) แนะนำอ่านบทความหลักที่นี่ (ลิงก์นี้ตั้งใจให้เป็น Backlink กลับไปหน้าแม่): https://www.easycashflows.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%88/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%88sme%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%99
ทำไมช่วงนี้ สินเชื่อไม่ใช้ทรัพย์ค้ำ ถูกพูดถึงมากขึ้น (มุมข่าว/นโยบาย)
เหตุผลหนึ่งคือภาครัฐและหน่วยงานกำกับพยายาม ลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งทุน ของ SMEs ผ่านกลไกค้ำประกันความเสี่ยงร่วม
ธปท. มีการสื่อสารเชิงนโยบายเรื่อง SMEs Credit Boost เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ โดยเป็นกลไกแบ่งปันความเสี่ยงและตั้งเป้าให้เกิดสินเชื่อใหม่ในระบบ
บสย. ก็เดินหน้ามาตรการค้ำประกันเพื่อช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น (แนวคิดหลักคือ เติมความเชื่อมั่น ให้ฝั่งผู้ให้กู้)
พร้อมกันนี้ ธปท. ยังผลักดันแนวทาง Responsible Lending ซึ่งสะท้อนว่าฝั่งผู้ให้กู้ต้องประเมินความสามารถชำระหนี้อย่างรอบคอบและเป็นธรรม โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ SMEs ด้วย
เชิงวิเคราะห์: เมื่อระบบกำกับดูแลเน้น ปล่อยกู้ให้เหมาะกับความสามารถชำระ มากขึ้น สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำยิ่งต้องพึ่งพา ข้อมูลเชิงพฤติกรรมการเงิน และ หลักฐานธุรกิจจริง หนักขึ้นไปอีก กล่าวคือ ตลาดไม่ได้เดินไปสู่การปล่อยกู้ง่ายแบบไม่ดูอะไร แต่เดินไปสู่การปล่อยกู้ที่ ใช้ข้อมูลจริงแทนทรัพย์ มากขึ้น
ข้อได้เปรียบข้อแลกเปลี่ยนของสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (เพื่อให้เข้าใจคำว่า คืออะไร แบบครบด้าน)
เพื่อไม่ให้คำนิยามเป็นแค่ประโยคสั้น ๆ ควรเห็นภาพ ธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ ด้วย
ข้อได้เปรียบ
ไม่ต้องนำทรัพย์สินมาผูกเป็นหลักประกันโดยตรง ลดความเสี่ยงกระทบครอบครัว/ทรัพย์ส่วนตัว
เหมาะกับกิจการที่ ทำเงินจริง แต่ทรัพย์สินไม่พร้อมค้ำ โดยเฉพาะกิจการบริการ/ค้าปลีก/ออนไลน์ ที่มีสเตทเมนต์และหลักฐานการขายต่อเนื่อง
ถ้าเอกสารและกระแสเงินสดเล่าเรื่องเดียวกัน การพิจารณามักเดินไวขึ้น เพราะทีมสินเชื่อต้องถามซ้ำน้อยลง
ข้อแลกเปลี่ยน (ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ กู้เงินด่วน)
ต้นทุนทางการเงินอาจสูงกว่าสินเชื่อมีหลักประกัน เพราะผู้ให้กู้รับความเสี่ยงมากกว่า
วงเงินมักอิงกับความสามารถทำเงิน/คืนเงินเป็นหลัก จึงขึ้นกับสเตทเมนต์และภาระหนี้รวมแบบจริงจัง
หากกิจการมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือมีหนี้เดิมตึง การขอวงเงินใหม่อาจถูกจำกัดมากกว่าที่คาด
สรุปให้จบในประโยคเดียว (สำหรับคนที่ต้องตัดสินใจเร็ว)
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ใช่ เงินกู้ที่ไม่ต้องมีอะไรเลย แต่คือ สินเชื่อที่เอา กระแสเงินสดวินัยการเงินหลักฐานธุรกิจ มาแทนหลักทรัพย์ เพื่อพิสูจน์ว่ากิจการทำเงินจริงและมีความสามารถชำระหนี้
ถ้าคุณกำลังจะ กู้ sme หรือกำลังมอง แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ แบบที่เหมาะกับกิจการ แนะนำกลับไปอ่านบทความหลักฉบับเต็ม (ลิงก์เดียวกับที่ใส่กลางบทความ) เพื่อเห็นภาพรวมเรื่องวงเงิน เอกสาร และแนวคิดการเตรียมตัวให้ ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก
เข้าชม : 3
|