ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจำนวนมาก ไม่ติดที่ความสามารถทำงาน แต่ติดที่จังหวะเงินสดต้องสำรองจ่ายค่าแรง ค่าวัสดุ ค่าขนส่ง และค่าเครื่องมือก่อน แล้วจึงค่อยรับเงินตามงวดตรวจรับหรือรอบโอนของผู้ว่าจ้าง ยิ่งในปี 2569 ที่ภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และผู้รับเหมา SMEs บางส่วนยังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง งานเอกสารจึงกลายเป็น ตัวเร่ง หรือ ตัวถ่วง การเข้าถึง แหล่งเงินทุน อย่างมีนัยสำคัญ
ในบทความหลักของ EasyCashflows ระบุแก่นสำคัญไว้ชัดเจนว่า สินเชื่อแบบมีหลักประกัน สำหรับผู้รับเหมา (รวมถึงกลุ่ม สินเชื่อsme สายก่อสร้าง) จะ เข้าจังหวะไซต์งาน ได้จริงเมื่อออกแบบให้เบิกเป็นงวด (Drawdown) และ ผูกงวดเบิกกับเอกสารตรวจรับ พร้อมแนะนำ เอกสารเฉพาะทางที่ทำให้อนุมัติไวขึ้น ได้แก่ สัญญา/TOR/BOQ, ไทม์ไลน์+ไมล์สโตน, เอกสารตรวจรับ/ส่งงาน/แบบอนุมัติ, งบการเงิน/สเตทเมนต์, เอกสารหลักทรัพย์ค้ำ และ (ถ้ามี) หนังสือค้ำสัญญา/ประกันผลงาน (Performance Bond/Advance Payment Bond)
บทความนี้จะขยาย เฉพาะหัวข้อ เอกสารเฉพาะทางที่ทำให้อนุมัติไวขึ้น เพื่อให้คุณจัด ชุดเอกสารแบบธนาคารอ่านแล้วตัดสินใจได้ ในรอบเดียว ลดการตีกลับ ลดเวลาถามตอบ และทำให้คำว่า อนุมัติไว เกิดจากความชัดเจน ไม่ใช่จากความหวัง
ทำไม เอกสารเฉพาะทาง ถึงทำให้สินเชื่ออนุมัติไว (มุมมองเชิงวิเคราะห์)
การพิจารณา สินเชื่อผู้รับเหมา โดยเฉพาะแบบเบิกเป็นงวด ไม่ได้ดูแค่ฐานะกิจการหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น แต่ต้องตอบ 3 คำถามให้ได้อย่างเป็นระบบ
งานนี้ มีอยู่จริง เงื่อนไขจ่ายเงินเป็นอย่างไร
เงินจะออกเมื่อไรเข้าเมื่อไร และธนาคารควรปล่อยเงิน ตรงจุดไหนของงาน
หากเกิดความล่าช้า ธนาคารมีหลักฐานติดตามความคืบหน้าและควบคุมความเสี่ยงได้แค่ไหน
เอกสารเฉพาะทางจึงทำหน้าที่เหมือน แผนที่+หลักฐาน ที่เชื่อม หน้างาน กับ งวดเงิน และเชื่อม ความคืบหน้า กับ การเบิกจ่าย เมื่อเอกสารทำให้ธนาคาร ไม่ต้องเดา ระยะเวลาพิจารณาจะสั้นลงทันที
ยิ่งในภาวะที่สถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจไทยและรัฐต้องใช้กลไกค้ำประกันระดับระบบเพื่อช่วยให้สินเชื่อใหม่เกิดขึ้นมากขึ้น การยื่นเอกสารที่ จัดวางความเสี่ยงให้เห็นชัด จะยิ่งได้เปรียบ
1) สัญญาว่าจ้าง + TOR/BOQ: ทำให้ธนาคารเห็น รายได้ในอนาคต และเงื่อนไขรับเงินแบบไม่ต้องตีความ
ในรายการเอกสารที่บทความหลักชี้ไว้ สิ่งแรกคือ สัญญาว่าจ้าง/ขอบเขตงาน (TOR/BOQ) ที่ระบุงวดงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขจ่ายงวด เชิงปฏิบัติ ธนาคารใช้ชุดนี้ตรวจ ตัวตนของงาน และประเมินความเป็นไปได้ของกระแสเงินสด เช่น
มูลค่างาน, ระยะเวลาก่อสร้าง, เงื่อนไขการตรวจรับ
เงื่อนไขเงินล่วงหน้า/เงินประกัน/เงินกัน (Retention)
ข้อกำหนดเอกสารประกอบการเบิกงวดที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
ข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์: TOR/BOQ ที่ดีไม่ใช่แค่ มีไฟล์แนบ แต่ต้องทำให้ธนาคารเห็นว่า งานถูกแบ่งเป็นส่วนที่วัดความคืบหน้าได้ หาก BOQ ไม่เชื่อมกับการตรวจรับจริง จะเกิดปัญหาใหญ่คือ ธนาคารไม่กล้าผูกงวดเบิก เพราะไม่รู้จะยึดหลักอะไรเป็นตัวชี้วัด
เคล็ดลับเชิงระบบคือ ทำ สรุป 1 หน้า จาก TOR/BOQ ที่ไฮไลต์ 4 อย่าง: มูลค่างานรวม, งวดจ่าย, เอกสารตรวจรับที่ต้องใช้, และจุดเสี่ยง (เช่น งาน ME ต้องรอแบบอนุมัติ) เพื่อให้ทีมสินเชื่ออ่านแล้วเข้าใจงานใน 3 นาที
2) ไทม์ไลน์โครงการ + ไมล์สโตน: เปลี่ยน งานก่อสร้าง ให้เป็น งวดเบิกที่วางแผนได้
บทความหลักระบุชัดว่า ไทม์ไลน์โครงการ + ไมล์สโตน ช่วยชี้จุดที่จะเบิก เช่น โครงสร้าง/สถาปัตย์/ME/ทดสอบ นี่คือเอกสารที่หลายธุรกิจมองว่า ทำภายหลังได้ แต่ในโลกสินเชื่อแบบ Drawdown มันคือหัวใจ เพราะธนาคารปล่อยเงินทีละงวดเพื่อคุมดอกและคุมความเสี่ยง
มุมมองเชิงวิเคราะห์: ไทม์ไลน์ที่ช่วยให้อนุมัติไว ไม่จำเป็นต้องสวยแบบ Primavera แต่ต้อง ตรวจสอบได้ และ ผูกกับหลักฐานหน้างาน ได้ เช่น
ระบุวันที่คาดว่าเริ่มจบแต่ละช่วงงาน
ระบุ Milestone ที่จะมี เอกสารตรวจรับ เกิดขึ้นจริง
ระบุผู้รับผิดชอบเอกสาร (ใครออกใบตรวจรับ ใครเซ็น ใครส่ง)
เมื่อธนาคารเห็นไทม์ไลน์พร้อมจุดตรวจรับที่ชัด จะประเมินได้ว่าเงินกู้เป็น เงินตามจังหวะงาน ไม่ใช่ เงินก้อนล่วงหน้า ซึ่งมักทำให้เคสเดินเร็วขึ้นและต่อรองเงื่อนไขได้ดีขึ้นในสินเชื่อแบบมีหลักประกัน
3) ใบตรวจรับ/บันทึกส่งงาน/แบบอนุมัติ: ลดจุดตีกลับที่พบบ่อยที่สุดของผู้รับเหมา
รายการถัดมาคือ ใบตรวจรับ/บันทึกส่งงาน/แบบอนุมัติ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานผูกงวดเบิก ในโลกหน้างาน งานเสร็จ กับ งานตรวจรับ เป็นคนละเรื่องกัน และส่วนใหญ่เคสช้าจะช้าตรงนี้: งานทำเสร็จแล้ว แต่เอกสารยังไม่ครบตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ธนาคารจึงยังไม่ปล่อยงวด
วิธีคิดเชิงวิเคราะห์: เอกสารกลุ่มนี้คือ สะพาน ระหว่างความคืบหน้าจริงกับการจ่ายเงินจริง ถ้าสะพานไม่ครบ รถข้ามไม่ได้ ต่อให้ปลายทางมีเงินรออยู่ สิ่งที่ทำให้ชุดนี้ทรงพลังคือ มาตรฐาน เช่น
รูปถ่ายหน้างานที่มีวัน/ตำแหน่ง/มุมเดิมเทียบก่อนหลัง
รายงานความคืบหน้าที่สรุป % งานตาม BOQ
แบบอนุมัติ (Approved drawing/material) ในจุดที่ผู้ว่าจ้างซีเรียส
หากคุณทำ โฟลเดอร์เอกสารตรวจรับ ตามไมล์สโตนตั้งแต่ต้น (ไม่ใช่ทำตอนใกล้เบิก) คุณจะลดรอบการแก้ไขเอกสารซึ่งเป็นตัวกินเวลามากที่สุด
4) งบการเงิน/สเตทเมนต์ 612 เดือน: ทำให้ธนาคารเชื่อว่า ธุรกิจคุมกระแสเงินสดเป็น
บทความหลักระบุว่า งบการเงิน/สเตทเมนต์ 612 เดือน ใช้สะท้อนวินัยกระแสเงินสด สำหรับผู้รับเหมา จุดชี้ขาดไม่ใช่แค่ มีกำไรไหม แต่คือ เงินเข้าออกสัมพันธ์กับงานหรือไม่ เพราะงานก่อสร้างมักมีลักษณะเงินก้อนและเงินงวด
ข้อแนะนำเชิงวิเคราะห์: ถ้าคุณอยากให้สินเชื่ออนุมัติไว ให้ทำให้สเตทเมนต์เล่าเรื่องเดียวกับสัญญา เช่น
เงินรับจากผู้ว่าจ้างเข้าบัญชีแบบสม่ำเสมอเป็นงวด
รายจ่ายวัสดุ/ค่าแรงสัมพันธ์กับช่วงงาน
ไม่กระโดดเงินเข้าออกผิดธรรมชาติแบบอธิบายไม่ได้
และอย่าลืม สรุปภาระผูกพัน ที่จะเกิดระหว่างงาน (เช่น ค่าแรงรายเดือน) เพราะเป็นข้อมูลที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถชำระและวงเงินที่เหมาะสม
5) เอกสารหลักทรัพย์ค้ำประกัน: ทำให้สินเชื่อแบบมีหลักประกัน ไม่ค้างที่ขั้นประเมิน
เพราะผู้รับเหมาหลายรายใช้ สินเชื่อแบบมีหลักประกัน เพื่อให้ได้วงเงินสูงและดอกเบี้ยคุมได้ รายการนี้จึงสำคัญมาก บทความหลักแยกไว้ชัดว่า เอกสารหลักทรัพย์อาจเป็นโฉนด/ผัง/รูป (อสังหาฯ) หรือใบกำกับสเปกซีเรียลประวัติบำรุง (เครื่องจักร)
มุมวิเคราะห์: เคสจำนวนมากไม่ได้ช้าเพราะหลักทรัพย์ไม่ดี แต่ช้าเพราะ เอกสารหลักทรัพย์ไม่ครบตั้งแต่วันแรก ทำให้วนรอบตรวจเอกสารประเมินแก้ไข แนวทางที่ช่วยได้คือทำ Asset Pack แยกเป็นชุดเฉพาะ (อสังหาฯ 1 ชุด / เครื่องจักร 1 ชุด) เพื่อให้ผู้ประเมินทำงานได้ทันที ไม่ต้องขอเพิ่มทีละชิ้น
6) (ถ้ามี) Performance Bond / Advance Payment Bond: ตัวแปรเวลาที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนยื่น
บทความหลักชี้ชัดว่า ถ้ามี หนังสือค้ำสัญญา/ประกันผลงาน (Performance Bond/Advance Payment Bond) ควรจัดเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก เพราะกลุ่ม Bond และขั้นตอนอนุมัติมักเป็น ตัวแปรเวลา สำคัญ โดยเฉพาะงานภาครัฐ
เพื่อให้เห็นภาพชัด: EXIM Bank อธิบายว่า Advance Payment Bond เป็นหลักประกันการรับเงินล่วงหน้า โดยผู้รับจ้างอาจต้องรับเงินล่วงหน้าเพื่อดำเนินงานขั้นต้น จึงต้องวางหลักประกันการชำระคืนเงินล่วงหน้าต่อผู้ว่าจ้าง นั่นหมายความว่า มีเงินล่วงหน้า ก็จริง แต่ต้องแลกกับขั้นตอนเอกสารและการอนุมัติที่เป็นระบบมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับ หลักประกันสัญญา ยังเน้นเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือค้ำประกันกับธนาคารผู้ออก เพื่อยืนยันว่าออกจริงและมีภาระค้ำประกันจริง ซึ่งสะท้อนว่ากระบวนการด้านเอกสารไม่ใช่พิธีการ แต่เป็นการคุมความเสี่ยงเชิงระบบ
ข้อสรุปเชิงวิเคราะห์: ถ้าคุณทำงานที่มี Bond เป็นเงื่อนไข อย่ารอให้ธนาคารถามทีหลัง ให้เตรียม Bond Pack ตั้งแต่ต้น เช่น สำเนาสัญญาที่ระบุ requirement, แบบฟอร์ม/ข้อความค้ำประกันที่ผู้ว่าจ้างยอมรับ, และไทม์ไลน์อนุมัติภายในองค์กรของคุณเอง เพราะนี่คือจุดที่ทำให้ เงินพร้อม แต่เอกสารไม่พร้อม และกลายเป็นคอขวดของทั้งสินเชื่อและการเบิกงวด
สรุป: ถ้าอยากให้อนุมัติไว ให้ทำให้ธนาคาร ผูกงวดงานกับงวดเงิน ได้ทันที
ในปี 2569 ที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังมีความเสี่ยงสภาพคล่องสำหรับผู้เล่นขนาดเล็กกลาง การเข้าถึง แหล่งเงินทุน อย่าง สินเชื่อsme หรือ สินเชื่อผู้รับเหมา จะเร็วขึ้นอย่างมีเหตุผล เมื่อคุณยื่น เอกสารเฉพาะทาง ครบชุดตามที่บทความหลักแนะนำ ได้แก่ สัญญา/TOR/BOQ, ไทม์ไลน์+ไมล์สโตน, เอกสารตรวจรับ/ส่งงาน/แบบอนุมัติ, งบ/สเตทเมนต์, เอกสารหลักทรัพย์ค้ำ และ Bond (ถ้ามี)
ถ้าคุณต้องการภาพรวมทั้งหมดของสินเชื่อสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (แนวทาง Drawdown, วิธีจัดจังหวะเบิก, และการเตรียมเอกสารให้เข้ารูปแบบธนาคาร) แนะนำให้อ่านบทความหลักฉบับเต็ม แล้วค่อยย้อนกลับมาจัดโฟลเดอร์ตามรายการในบทความนี้ จะช่วยลดการตีกลับได้มาก
เข้าชม : 1
|